






Muslimah Today ::: مسلمة اليوم
อัสลามุอะลัยกุม วะเราะมะตุลลอฮิ วะ บะเราะกาตุฮฺ
ทีมงานมุสลิมะฮฺทูเดย์ ได้้รวมตัวกันอีกครั้ง หลังจากที่ได้กระจัดกระจายกันไปมีครอบครัว แม้ว่าจะมีกำลังที่ค่อนข้างน้อยและจำกัด แต่ก็มุ่งมั่นที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไป
ตามที่ได้มีการบันทึกความเข้าใจ ร่วมกันของมุสลิมะฮฺทูเดย์ ก็ยังยืนยันแนวคิดเดิมที่จะทำงานเพื่อสร้างดาอียะฮฺ(คนทำงานมุสลิมะฮฺ) และ
ช่วยเหลือในการสร้างครอบครัวมุสลิมที่ดีขึ้นมา ตามกำลังอันน้อยนิดที่เรามีอยู่อย่างสุดความสามารถ อินชาอัลลอฮฺ
| ผู้อบรมเด็กต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง? |
|
|
|
|
อิบนุ อับดุรรอูฟ เรียบเรียง การอบรมเลี้ยงดูลูกนั้นจะต้องมีผู้ที่เข้ามาดำเนินการต่อหลักสูตร และใช้วิธีการต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย คือพ่อแม่หรือผู้ปกครอง ดังนั้น การอบรมเลี้ยงดูลูกๆ จึงต้องเริ่มจากการหาพ่อและแม่หรือผู้ปกครองที่มีคุณสมบัติในการเลี้ยงลูก ผู้ที่จะเข้ามาใช้วิธีการต่างๆเพื่อให้การอบรมบรรลุผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราไม่ต้องคาดหวังการเลี้ยงลูกที่ดีจากพ่อแม่ที่ไม่อยู่ในร่องในรอยของอิสลาม พ่อแม่ที่ไม่ละหมาด หรือไม่มีความรู้ในคำสอนอิสลามแม้แต่พื้นฐานเลย ฉะนั้น ก่อนที่จะกล่าวถึงกฎเกณฑ์ต่างๆในการเลี้ยงลูก จำเป็นต้องกล่าวถึงคุณสมบัติมาตรฐานของพ่อแม่ผู้ปกครองเสียก่อน 1.มีความรู้ความเข้าใจในคำสอนอิสลาม ความรู้ความเข้าใจอิสลามในที่นี้หมายถึงการรับรู้คำสอนอิสลามได้อย่างครบถ้วนทุกมิติ เมื่อพ่อแม่เข้ามาอบรมเลี้ยงดูลูกๆ พ่อแม่ไม่เพียงต้องมีความรู้วิธีการเลี้ยงลูกทางกายภาพจากหมอเท่านั้น แต่ยังต้องมีความรู้อิสลามที่ถูกต้องที่จะต้องถ่ายทอดให้กับลูกเพื่อให้กลายเป็นวิถีชีวิตที่ครอบคลุมทุกด้านให้กับลูก นอกจากนี้ยังมีความรู้ความเข้าใจในวิธีการต่างๆของการอบรมเด็กในทรรศนะของอิสลามอีกด้วย พ่อแม่มากมายที่ผู้เขียนเห็นได้ฝากความหวังในเรื่องนี้ไว้ที่โรงเรียนศาสนา นี่เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องยากเรื่องเย็นอะไรเลยที่พ่อแม่จะหาความรู้ความเข้าใจในคำสอนอิสลามที่ถูกต้อง ไม่ต้องสงสัยเลยว่า อิสลามให้ความสำคัญกับความรู้อย่างที่สุด ดังนั้น เรื่องการอบรมเลี้ยงดูลูก ซึ่งเป็นเรื่องการสร้างคนรุ่นใหม่ที่จะนำความเข้มแข็งมาสู่ประชาชาติอิสลาม อิสลามจึงได้วางแบบอย่าง แนวทาง ลำดับขั้นตอนความสำคัญไว้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม นี่เป็นความรู้ที่พ่อแม่จะต้องขวนขวายให้ได้มาเป็นทุนเริ่มต้น พ่อแม่ที่มีความเข้าใจอิสลามอย่างลึกซึ้งย่อมเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการอบรมเลี้ยงดูลูกๆ อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา ได้ตรัสไว้ว่า هَلْ يَسْتَوِي الَّذِينَ يَعْلَمُونَ وَالَّذِينَ لاَ يَعْلَمُونَ . บรรดาผู้รู้และบรรดาผู้ไม่รู้จะเท่าเทียมกันหรือ? [1]
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “ความรู้ความเข้าใจ” ในอิสลาม และ “ความดี” ในฐานะที่เป็นเงื่อนไขเอาไว้ว่า وَمَنْ يُرِدِ اللَّهُ بِهِ خَيْرًا يُفَقِّهْهُ فِي الدِّينِ . ผู้ใดที่อัลลอฮฺประสงค์ให้ได้รับความดี พระองค์ก็จะให้ความเข้าใจต่อเขาในเรื่องของศาสนา [2] 2.ความอิคลาศ - ความบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮฺ การเลี้ยงลูกให้ได้ผลนั้น มิใช่ให้ได้ผลตามที่เราคิดกันเอาเอง แต่เป็นการให้ได้ผลตามมาตรฐานของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา ดังนั้น การเลี้ยงลูกในอิสลามให้ได้ผล เป็นการกระทำที่มุ่งแสวงหาความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา ด้วยเหตุนี้ พื้นฐานแรกที่สำคัญที่สุดในการเลี้ยงดูลูกๆก็คือ ความบริสุทธิ์ใจ(อิคลาศ)ที่มีต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา นั่นก็คือการทำการงานทั้งหมดเป็นไปเพื่อแสวงหาความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา เท่านั้น พื้นฐานข้อนี้เป็นหลักการใหญ่ที่สุดของคำสอนอิสลาม เรียกว่า หลักการสร้างความบริสุทธิ์ต่อเตาฮีดหรือเอกภาพของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา ดังที่พระองค์ได้ตรัสไว้ว่า وَمَا أُمِرُوا إِلاَّ لِيَعْبُدُوا اللَّهَ مُخْلِصِينَ لَهُ الدِّينَ ... . และพวกเขามิได้ถูกบัญชาให้กระทำอื่นใดนอกจากเพื่อเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ เป็นผู้มีเจตนาบริสุทธิ์ในการภักดีต่อพระองค์ ...[3]
นี่คือปัญหาอันดับแรกที่พ่อแม่ต้องชำระจิตใจของตัวเองให้พ้นจากการกระทำที่มิได้มุ่งสู่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา แต่เป็นการกระทำที่มุ่งไปที่มนุษย์ด้วยกัน
ผู้เขียนพบว่าพ่อแม่หลายคนกำลังให้ลูกเรียน ให้ลูกทำสิ่งต่างๆ เพื่อชดเชยความหวังของเขาที่สูญหายไป พ่อแม่ไม่ได้ถามว่า อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา ต้องการให้เราเลี้ยงลูกแบบใดและให้เป็นอะไร? บางครั้งเรื่องดีๆอย่างเช่นการท่องจำอัล กุรอาน ก็ถูกนำมาสร้างการโอ้อวดระหว่างพ่อแม่ ดูว่าลูกใครจำกว่าลูกใคร สุดท้ายการเลี้ยงลูกของพ่อแม่จำนวนมากเป็นการแข่งขันทับถมระหว่างกันและกันเสียมากกว่าการสร้างลูกให้เป็นบ่าวที่ดีของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา อันตรายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวมาก เพราะผู้ที่ไม่มีความอิคลาศนั้น การงานของเขาจะไม่ถูกตอบรับ นั่นหมายความว่าการอบรมเลี้ยงดูลูกๆอันเป็นความดีงามอย่างยิ่ง แต่หากไม่ได้เป็นไปเพื่อแสวงหาความโปรดปรานของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา แล้ว ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ล้มเหลว อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา ตรัสไว้ว่า فَمَنْ كَانَ يَرْجُو لِقَاءَ رَبِّهِ فَلْيَعْمَلْ عَمَلاً صَالِحًا وَ لاَ يُشْرِكْ بِعِبَادَةِ رَبِّهِ أَحَدًا ดังนั้น ผู้ใดหวังที่จะพบพระผู้เป็นเจ้าของเขา ก็ให้เขาประกอบการงานที่ดี และอย่าตั้งผู้ใดเป็นภาคีในการเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้าของเขาเลย [4] 3.ความตักวา – ความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ คำว่า ตักวา มักมีผู้แปลในภาษาไทยว่า ความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา แม้ว่าเป็นการแปลที่ใช้ได้ แต่คำว่าตักวามีความหมายกว้าง คำนี้ให้ความหมายว่า “การรับรู้ถึงการมองดูอยู่ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา จนกระทั่งทำให้มีความยำเกรงพระองค์ ส่งผลให้เป็นคนที่ออกห่างจากความชั่วพร้อมๆกับทำการงานที่ดี ทั้งในที่ลับและที่เปิดเผย” ฉะนั้น “ตักวา” เป็นการสะท้อนการกระทำของมนุษย์ด้วยการเชื่อมโยงกับพระผู้สร้างนั่นเอง เป็นการสะท้อนความศรัทธาให้เกิดขึ้นได้ในชีวิตที่เป็นจริงของมนุษย์ อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา จึงตรัสกับผู้ศรัทธาว่า يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اتَّقُوا اللَّهَ حَقَّ تُقَاتِهِ . โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงยำเกรง(ตักวา)อัลลอฮฺอย่างแท้จริงเถิด [5]
การมีตักวาจึงเป็นการแสดงถึง “แบบอย่าง” ของพ่อแม่ให้ลูกๆได้เห็นอย่างเป็นธรรมชาติ มิได้เกิดจากการฝืนใจปฏิบัติตามคำสอนอิสลาม การมีตักวาจึงเป็นพื้นฐานในการอบรมด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกๆ สำหรับผลในด้านอื่นๆที่ได้รับจากการตักวานั้นมีมากมายหลายประการ แต่ประการหนึ่งที่ต้องจดจำไว้ก็คือ การที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา จะประทาน “ทางออก” ต่อปัญหาต่างๆให้กับเรา ดังที่พระองค์ตรัสไว้ว่า وَمَنْ يَتَّقِ اللَّهَ يَجْعَلْ لَهُ مَخْرَجًا . และผู้ใดยำเกรงอัลลอฮฺ พระองค์ก็จะทรงหาทางออกให้แก่เขา [6]
4.มีสำนึกรับผิดชอบ อิสลามย้ำถึงการที่มนุษย์ทุกคนมี “ปฏิสัมพันธ์” กับสิ่งต่างๆอย่างถูกต้อง การปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามสายสัมพันธ์ต่างๆ ไม่ว่าระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า มนุษย์กับมนุษย์ หรือกับสิ่งต่างๆ เรียกว่า ‘อมานะฮฺ’ หรือพันธสัญญา ซึ่งเป็นการมอบหมายภารกิจจากพระเจ้า การมีสำนึกรับผิดชอบหรือการตระหนักถึงอมานะฮฺจึงเป็นเรื่องใหญ่ ความสำนึกเช่นนี้หากเกิดกับใครทำให้คนๆนั้นสามารถเคลื่อนไหวปฏิบัติอมานะฮฺที่เขามีต่อสิ่งต่างๆไม่ว่าต่อพระเจ้า ต่อมนุษย์ หรือต่อสรรพสิ่งต่างๆได้ครบถ้วน การมีอมานะฮฺจึงไม่ได้มีเฉพาะระหว่างมนุษย์กับพระเจ้าเท่านั้น แต่ยังมีระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกัน ผู้เขียนได้พบเห็นคนที่เคร่งครัดในเรื่องปฏิบัติศาสนกิจหลายๆคน แต่ขาดสำนึกรับผิดชอบในอมานะฮฺที่มีต่อคนอื่น ซึ่งทำให้เขาถูกมองว่าเป็นคนที่ไม่อาจไว้วางใจให้ทำอะไรได้ และมีภาพลักษณ์ที่ขาดความน่าเชื่อถือ คนมีสำนึกรับผิดชอบต่ออมานะฮฺของตนนั้นจะเปลี่ยนจากคนที่เกียจคร้านกลายเป็นคนขยันขึ้นมาได้ เวลานัดใครก็พยายามมาให้ตรงเวลา เวลารับปากใครก็พยายามทำให้ลุล่วง หากทำไม่ได้ก็รีบแจ้งล่วงหน้า ในที่สุดกลายเป็นคนที่ได้รับความเชื่อถือ ดูสง่า มีบุคลิกภาพที่ดี คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องมีสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนมี อมานะฮฺอยู่ นี่เป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้งานการอบรมลูกๆขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา ได้ตรัสถึงมนุษย์ทุกคนจะถูกสอบถามถึงความรับผิดชอบของตนเอาไว้ว่า وَلَتُسْأَلُنَّ عَمَّا كُنْتُمْ تَعْمَلُونَ . และแน่นอน พวกเจ้าจะถูกสอบสวนถึงสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำไว้ [7]
ความสำนึกรับผิดชอบดังกล่าว จะทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่จัดหาความจำเป็นทุกอย่างเพื่อเลี้ยงลูก ไม่เพียงแค่ปัจจัยทางวัตถุเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของการเลี้ยงลูกให้มีอิสลามเป็นทางนำอีกด้วย
5.มีความอดทนอดกลั้น พ่อแม่ต้องเรียนรู้การอดทนอดกลั้นในการเลี้ยงลูก พ่อแม่ต้องมีความสุภาพอ่อนโยน เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานในการสร้างผลกระทบในการเปลี่ยนแปลงลูกๆ ผู้เขียนเห็นว่าเด็กหลายๆคนเป็นคนดีขึ้นมาเพียงเพราะพ่อแม่มีบุคลิกเป็นคนใจเย็น สุภาพ อ่อนโยน เป็นพื้นฐาน โดยที่ไม่ได้พูดจาสั่งสอนอะไรมากมาย เป็นเรื่องเลวร้ายอย่างยิ่งที่พ่อแม่ผู้อบรมลูก แต่เป็นคนที่อารมณ์ร้อน โกรธง่าย และโมโหร้าย ผู้เขียนได้เห็นพ่อแม่บางคนทำร้ายลูก ช่างเป็นภาพที่หดหู่เป็นที่สุด นอกจากนี้ผู้เขียนได้รับฟังประสบการณ์ของผู้ใหญ่บางท่านที่สมัยเป็นเด็กอยู่กับญาติพี่น้องที่ตบตีทำร้าย ซึ่งกลายเป็นความฝังใจที่ปวดร้าวในชีวิต ความโกรธและความโมโหร้ายนำไปสู่การกระทำที่รุนแรงมากมายในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความโกรธได้เกิดขึ้นกับพ่อแม่ผู้ปกครองที่เลี้ยงดูเด็กๆ อาจนำไปสู่เรื่องเศร้าที่สุดในชีวิตก็ได้ คำสอนอิสลามจึงย้ำให้มีความอดทน โดยที่มักจะกล่าวคู่กับการให้อภัยเสมอ ตามความเข้าใจของคนทั่วไป คนที่อดทนมักจะเป็นคนที่ต้องเก็บกดอารมณ์ความรู้สึก อิสลามจึงย้ำการให้อภัยควบคู่ไปด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมของอารมณ์ ดังที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลา ได้ตรัสไว้ว่า وَلَمَنْ صَبَرَ وَغَفَرَ إِنَّ ذَلِكَ لَمِنْ عَزْمِ الْأُمُورِ . และแน่นอนผู้ที่อดทนและให้อภัย แท้จริงนั่นคือ ส่วนหนึ่งจากกิจการที่หนักแน่นมั่นคง [8] وَالْكَاظِمِينَ الْغَيْظَ وَالْعَافِينَ عَنِ النَّاسِ وَاللَّهُ يُحِبُّ الْمُحْسِنِينَ บรรดาผู้ข่มใจและบรรดาผู้ให้อภัยแก่เพื่อนมนุษย์ และอัลลอฮฺนั้นทรงรักผู้กระทำดีทั้งหลาย [9] خُذِ الْعَفْوَ وَأْمُرْ بِالْعُرْفِ وَأَعْرِضْ عَنِ الْجَاهِلِينَ . เจ้า(มุฮัมมัด)จงยึดถือไว้ซึ่งการอภัยและจงใช้ให้กระทำสิ่งที่ชอบ และจงผินหลังให้แก่ผู้เขลาทั้งหลายเถิด [10]
นอกจากนี้ ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ยังได้สอนถึงวิธีการระงับความโกรธในทางปฏิบัติด้วย ท่านได้กล่าวว่า إِذَا غَضِبَ أَحَدُكُمْ وَهُوَ قَائِمٌ فَلْيَجْلِسْ، فَإِنْ ذَهَبَ عَنْهُ الْغَضَبُ وَإِلاََّ فَلْيَضْطَجِعْ เมื่อคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกท่านโกรธ หากเขากำลังยืนอยู่ ก็ให้เขานั่งลง แล้วความโกรธก็จะหายไป และหากว่ายังไม่เป็นเช่นนั้น(ยังไม่หายโกรธ)ก็ให้เขานอนลง [11]
เนื่องจากเด็กๆมักจะเอาแต่ใจตัวเอง บางครั้งยังขาดการใช้เหตุผล สิ่งเหล่านี้มักกระตุ้นอารมณ์โกรธของพ่อแม่ผู้ปกครองได้ง่าย ดังนั้น การรู้จักยับยั้งจากความโกรธ การฝึกฝนให้เป็นคนอดทนอดกลั้น การรู้จักให้อภัย จึงเป็นเรื่องพื้นฐานของพ่อแม่ผู้ปกครอง
|
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|
| Home |
| บทความ |
| กิจกรรม |
| มุสลิมะฮฺทูเดย์ |
| Muslimah Meeting |
| Mulsimah Training |