






Muslimah Today ::: مسلمة اليوم
อัสลามุอะลัยกุม วะเราะมะตุลลอฮิ วะ บะเราะกาตุฮฺ
ทีมงานมุสลิมะฮฺทูเดย์ ได้้รวมตัวกันอีกครั้ง หลังจากที่ได้กระจัดกระจายกันไปมีครอบครัว แม้ว่าจะมีกำลังที่ค่อนข้างน้อยและจำกัด แต่ก็มุ่งมั่นที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไป
ตามที่ได้มีการบันทึกความเข้าใจ ร่วมกันของมุสลิมะฮฺทูเดย์ ก็ยังยืนยันแนวคิดเดิมที่จะทำงานเพื่อสร้างดาอียะฮฺ(คนทำงานมุสลิมะฮฺ) และ
ช่วยเหลือในการสร้างครอบครัวมุสลิมที่ดีขึ้นมา ตามกำลังอันน้อยนิดที่เรามีอยู่อย่างสุดความสามารถ อินชาอัลลอฮฺ
| เปิดขอบเขตให้ลูกๆได้เล่นและพักผ่อน |
|
|
|
|
เปิดขอบเขตให้ลูกๆได้เล่นและพักผ่อน โดย อิบนุ อับดุรรอูฟ
อิสลามเป็นศาสนาที่สอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์ มนุษย์ถูกสร้างด้วยองค์ประกอบหลายมิติ ในมิติหนึ่งมนุษย์ปรารถนาที่จะได้ติดต่อกับพระผู้สร้าง แต่ในอีกมิติหนึ่งมนุษย์ก็มีอารมณ์ความรู้สึก ดังนั้น คำสอนอิสลามจึงได้เตรียมเนื้อหาเพื่อตอบสนองทุกๆด้านเอาไว้อย่างครบครับ มีตัวอย่างหนึ่งแม้แต่ในยุคท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม เอง ได้เคยปรากฏตัวอย่างของสหายของท่านนบี คนหนึ่งเคยมองอิสลามว่าเป็นมิติเดียว เป็นมิติที่ต้องเคร่งเครียดและต้องจดจ่ออยู่กับวันพิพากษา แต่เมื่อเขาต้องสนุกรื่นเริงกับครอบครัว ทำให้เขาเกิดความสับสน ดังที่เขาได้บรรยายความรู้สึกให้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม ฟังว่า
‘ตอนที่เราอยู่ร่วมกับท่าน ท่านบอกเราเรื่องของนรกและสวรรค์ จนกระทั่งเหมือนเราเห็นมันด้วยตา และเมื่อเราได้ออกมาจากท่านมา เรายุ่งเกี่ยวกับภรรยา ลูกๆ และการแสวงหาการดำรงชีวิต เราได้ลืมมันเสียมาก’ แต่ท่านศาสดากล่าวสรุปให้กับเขาว่า ‘... เวลานี้สำหรับเรื่องนี้ เวลานั้นสำหรับเรื่องนั้น’(سَاعَةً وَسَاعَةً) ท่านกล่าวย้ำสามครั้ง (อ้างจากเศาะฮีฮฺ มุสลิม) หมายถึง เวลานั้นสำหรับพระเจ้าของท่าน เวลานี้สำหรับหัวใจของท่าน
แม้มิติหนึ่งของคำสอนอิสลามนั้นเน้นความจริงจังกับสัจธรรมเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่ได้ปล่อยให้ไปคิดเอาเองในอีกมิติหนึ่งว่า มุสลิมต้องทำตัวแข็งกระด้าง ดังที่คนจำนวนไม่น้อยคิดไปเช่นนั้น คำสอนอิสลามมีมิติอีกส่วนหนึ่งที่ปล่อยให้มีการผ่อนคลายได้ในอัตราที่เหมาะสม ดังที่มีเศาะฮาบะฮฺบางท่านได้เปรียบให้มีอารมณ์ขันบ้างเหมือน “อาหารที่มีเกลือ” คือมันจำเป็นต้องมี แต่ต้องใส่จำนวนน้อยๆที่พอเหมะมันถึงจะมีรสชาติ เราจะเห็นบรรดาเศาะฮาบะฮฺ ผู้ได้รับการอบรมจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม เอง สะท้อนมิติทั้งสองส่วนนี้อย่างครบถ้วน พวกเขาไม่เคยทำตัวเหมือนคนอมทุกข์ ดังบุคลิกภาพของพวกเขาที่ถูกบรรยายไว้ว่า ‘... พวกเขานั้นเป็นพวกที่ร่ายบทกวีในการพบปะกันระหว่างพวกเขา และได้พูดคุยกันถึงเรื่องในสมัยญาฮิลียะฮฺ(เป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลาย) แต่(ในอีกมิติหนึ่ง)เมื่อใดพวกเขาเผชิญกับความประสงค์ร้ายต่อเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องศาสนาสายตาที่จ้องมองของเขาจะเปลี่ยนไปประหนึ่งคนเสียสติ(คือเอาจริงเอาจัง)’
พ่อแม่ต้องเข้าใจธรรมชาติอันนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรเข้มงวดในการปฏิบัติศาสนกิจจนพวกเขากลายเป็นคนเคร่งเครียดซึมเศร้า ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ปล่อยให้อยู่กับการสนุกสนานจนเลยเถิด พ่อแม่ควรจะจัดสัดส่วนเหล่านี้ให้เหมาะสมกับธรรมชาติของเด็ก เราจึงพบเห็นการปฏิบัติของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ ซัลลัม และเหล่าเศาะฮาบะฮฺที่ได้เปิดให้มีการละเล่น เช่น การว่ายน้ำ การขี่มา รวมทั้งในบางโอกาสที่เปิดให้มีการขับร้องและการรับฟังบทกวีและเสียงเพลงที่ไม่ขัดกับชะรีอะฮฺ อย่างไรก็ตาม ความน่าเป็นห่วงที่มีต่อพ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่นั้นก็คือ การปล่อยให้ลูกๆไปอยู่กับสิ่งเหล่านี้มากจนเกินพอดี การปล่อยให้เล่นฟุตบอลวันละหลายๆชั่วโมง การปล่อยให้ฟังนะชีด(แม้จะเป็นนะชีดฮาลาล)อย่างไม่มีการจำกัดเวลา มิพักต้องกล่าวถึงการปล่อยให้ลูก ๆ หมดเวลาไปกับสิ่งหะรอมหรือคลุมเครือ !!!
........................................
อ่าน บทความในหมวด "บ้านตักวา" อื่น ๆ |
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|
| Home |
| บทความ |
| กิจกรรม |
| มุสลิมะฮฺทูเดย์ |
| Muslimah Meeting |
| Mulsimah Training |