






Muslimah Today ::: مسلمة اليوم
อัสลามุอะลัยกุม วะเราะมะตุลลอฮิ วะ บะเราะกาตุฮฺ
ทีมงานมุสลิมะฮฺทูเดย์ ได้้รวมตัวกันอีกครั้ง หลังจากที่ได้กระจัดกระจายกันไปมีครอบครัว แม้ว่าจะมีกำลังที่ค่อนข้างน้อยและจำกัด แต่ก็มุ่งมั่นที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไป
ตามที่ได้มีการบันทึกความเข้าใจ ร่วมกันของมุสลิมะฮฺทูเดย์ ก็ยังยืนยันแนวคิดเดิมที่จะทำงานเพื่อสร้างดาอียะฮฺ(คนทำงานมุสลิมะฮฺ) และ
ช่วยเหลือในการสร้างครอบครัวมุสลิมที่ดีขึ้นมา ตามกำลังอันน้อยนิดที่เรามีอยู่อย่างสุดความสามารถ อินชาอัลลอฮฺ
ผู้หญิงเขียน-แปล
บทเรียนการฟื้นฟูอิสลาม | บทเรียนการฟื้นฟูอิสลาม |
|
|
|
|
ที่กำลังเกิดขึ้นในศตวรรษนี้ ดร. อับดุลลอฮ ฮากิม ควิก[1] เขียน นะญาอ์ แปลและเรียบเรียง จากรายงานการศึกษาเกี่ยวกับประชากรของศูนย์การศึกษานานาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัรแห่งไคโร ประเทศอียิปต์ พบว่า มีมุสลิมถึง 23 เปอร์เซ็นต์ของประชากรในโลก และที่ตรงกันข้ามกับความเชื่อของคนทั่วไปก็คือ มีมุสลิมมากกว่า 170 ล้านคนในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีมุสลิมมากที่สุดในโลก และมีมุสลิมมากกว่า 70 ล้านคนในจีน และมากกว่า 54 ล้านคนในอดีตสหภาพโซเวียต มุสลิมส่วนใหญ่นั้นเป็นเยาวชนและเด็กๆ ซึ่งมีเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีถึง 43 เปอร์เซ็นต์จากมุสลิมทั้งหมดทั่วโลก ในปี ค. ศ. 2020 ประชากรของเราคาดว่าจะมีประชากรมุสลิมสูงถึง 2,500 ล้านคน อินชาอัลเลาะฮ (หากอัลเลาะฮทรงประสงค์) ในแคนาดา จากข้อมูลทางสถิติขั้นต้นที่เผยแพร่ออกมา พบว่า วันนี้หนึ่งในสามของของเด็กเหล่านั้นเกิดในโรงพยาบาลในประเทศแคนาดาที่มาจากครอบครัวมุสลิม สิ่งนี้ได้บอกอะไรกับเรา? อนาคตอันรุ่งโรจน์ของมุสลิมจะเกิดขึ้นได้ถ้าวันนี้เราเลือกทางที่ถูกต้อง ในโลกมุสลิมเราได้รับการประทานพร(จากอัลเลาะฮฺ)ให้มีความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างไม่น่าเชื่อ มากกว่า 40 ของแหล่งแร่ธาตุต่างๆในโลกใบนี้อยู่ในประเทศมุสลิมต่างๆ เรามีหมอ วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และปัญญาชนนับพัน เราได้ใช้จ่ายเงินนับเป็นพันๆล้านในการพัฒนาเทคโนโลยี โดยเฉพาะทางด้านการทหาร อย่าลืมอัลลอฮฺ แต่กระนั้นก็ตาม พวกเราถูกทำให้เสื่อมเสียเกียรติ(จากการรุกราน) และถูกสังหาร(อย่างโหดเหี้ยม) เราไม่สามารถตื่นขึ้นมาในตอนเช้าพร้อมกับลืมเรื่องราวในแคชเมียร์ ปาเลสไตน์ บอสเนีย เชเชนย่า แอลจีเรีย ซูดาน กุรดิสถาน โซมาเลีย และประเทศอื่นๆในประชาชาติของเราได้ อัลเลาะฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ได้กล่าวไว้ในช่วงท้ายของซูเราะฮ อัล-ฮัชร(อายะฮฺ 18-19) ว่า يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اتَّقُوا اللَّهَ وَلْتَنْظُرْ نَفْسٌ مَا قَدَّمَتْ لِغَدٍ وَاتَّقُوا اللَّهَ إِنَّ اللَّهَ خَبِيرٌ بِمَا تَعْمَلُونَ وَلَا تَكُونُوا كَالَّذِينَ نَسُوا اللَّهَ فَأَنْسَاهُمْ أَنْفُسَهُمْ أُولَئِكَ هُمُ الْفَاسِقُونَ โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงยำเกรงอัลเลาะฮเถิดและทุกชีวิตจงพิจารณาดูว่าอะไรบ้างที่ตนเตรียมไว้สำหรับพรุ่งนี้(วันกิยามะฮ) และจงยำเกรงอัลเลาะฮเถิด แน่นอนอัลเลาะฮทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ และพวกเจ้าอย่าได้เป็นเช่นบรรดาผู้ที่ลืมอัลเลาะฮ(นิสยาน) มิฉะนั้นอัลเลาะฮจะทรงทำให้พวกเขาลืมตัวของพวกเขาเอง แน่นอนชนเหล่านั้นพวกเขาเป็นกลุ่มชนผู้ฝ่าฝืน นิสยาน نسيان (การหลงลืม) คือสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวใจ ซึ่งเมื่อบุคคลนั้นหลงลืมอัลเลาะฮ พวกเขาจะตกอยู่ในสถานภาพที่อันตราย แนวทางอิสลามนั้นกระจ่างแจ้งชัด แต่ใครเล่าที่จะยึดมั่นในอิสลาม? ใครเล่าจะยืนยันและเป็นมุสลิมที่ถูกต้องและบริสุทธิ์ใจ? อัลลอฮฺได้กล่าวไว้ในซูเราะฮอัล-บาลัด อายะฮฺ 8-10 ว่า أَلَمْ نَجْعَلْ لَهُ عَيْنَيْنِ - وَلِسَانًا وَشَفَتَيْنِ - وَهَدَيْنَاهُ النَّجْدَيْنِ . เรามิได้ให้ดวงตาทั้งสองข้างให้แก่มนุษย์ ทั้งลิ้นและริมฝีปากดอกหรือ? และเราได้มิได้ชี้แนะแนวทางทั้งสอง(ความดีและความชั่ว)แก่เขาดอกหรือ? อย่าแตกแยกกัน อีกประการหนึ่ง การถือเผ่าพันธุ์นิยม(Tribalism) จะนำเราไปสู่การบ่อนทำลาย ถ้าเราไม่ยืนหยัด.... ถ้าเรายังไม่เปลี่ยนแนวทางของเราและหันหน้ากลับสู่แนวทางของอิสลาม องค์อัลเลาะฮฺได้ให้สัญญาไว้แล้วในซูเราะฮฺอัล-มาอิดดะฮฺ อายะฮฺที่ 54 พระองค์กล่าวว่า يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا مَنْ يَرْتَدَّ مِنْكُمْ عَنْ دِينِهِ فَسَوْفَ يَأْتِي اللَّهُ بِقَوْمٍ يُحِبُّهُمْ وَيُحِبُّونَهُ أَذِلَّةٍ عَلَى الْمُؤْمِنِينَ أَعِزَّةٍ عَلَى الْكَافِرِينَ يُجَاهِدُونَ فِي سَبِيلِ اللَّهِ وَلَا يَخَافُونَ لَوْمَةَ لَائِمٍ ذَلِكَ فَضْلُ اللَّهِ يُؤْتِيهِ مَنْ يَشَاءُ وَاللَّهُ وَاسِعٌ عَلِيمٌ . โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย ถ้าผู้ใดในหมู่พวกเจ้ากลับออกจากศาสนาของเขาไป ในไม่ช้าอัลเลาะฮฺก็จะทรงนำมาซึ่งกลุ่มชนที่พระองค์ทรงรักพวกเขา และพวกเราก็รักพระองค์ พวกเขาเป็นผู้นอบน้อมถ่อมตนต่อบรรดาผู้ศรัทธา และให้เกียรติผู้ปฏิเสธศรัทธา พวกเขาจะต่อสู้ในหนทางของอัลเลาะฮฺ และไม่กลัวที่จะกล่าวประณามผู้ซึ่งกระทำความผิด นั่นคือความโปรดปรานของอัลเลาะฮฺ ซึ่งจะทรงประทานแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลเลาะฮฺเป็นผู้ทรงกว้างขวาง และเป็นผู้ทรงรอบรู้เหนือทุกสิ่ง ฉันได้กล่าวสิ่งนี้และสิ่งที่ฉันจะขอจากอัลเลาะฮฺ คือ ขอพระองค์ทรงอภัยโทษแก่ฉันและท่านและบรรดามุสลิมทั้งหลายจากความผิดทุกๆสิ่งทั้งปวง และขอสำนึกในความผิดหันกลับสู่อัลเลาะฮฺ แน่นอนพระองค์ คือผู้ทรงเมตตาปราณีเสมอ [1]ชัยคฺ ดร. อับดุลลอฮฺ ฮากิม ควิกAbdullah Hakim Quick ดร. อับดุลลอฮฺ ฮากิม ควิก เป็นชาวอเมริกันผิวดำ เขาได้รับอิสลามเมื่อปี 1970 ต่อจากนั้นได้ทุ่มเทศึกษาต่อในด้านอิสลามอย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง ผ่านการศึกษาอิสลามโดยตรงจากมหาวิทยาลัยอิสลามแห่งมดีนะฮฺ โดยถือว่าเขาเป็นชาวอเมริกันคนแรกที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอิสลามแห่งมะดีนะฮฺ ดร. อับดุลลอฮฺ ฮากิม ควิก จบปริญญาตรี สาขาดะอฺวะฮฺและอุศูลลุดดีน จากมหาวิทยาลัยอิสลามแห่งมดีนะฮฺ จากนั้นได้จบปริญญาโท สาขาประวัติศาสตร์แอฟริกา และปริญญาเอก สาขาประวัติศาสตร์แอฟริกาตะวันตก โดยเกี่ยวข้องกับอิสลามในทวีปแอฟริกา จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต แคนาดา วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของท่านคือเกี่ยวกับนักฟื้นฟูอิสลามแห่งแอฟริกาตะวันตกในคริสศตวรรษที่ 18 คือ เชค อุษมาน ดาน ฟาดิโอ, อมีรแห่งรัฐเคาะลีฟะฮฺโซโคโท(the Sokoto Caliphate) ดร. อับดุลลอฮฺ ฮากิม ควิกยังได้ออกไปทำงานดะอฺวะฮฺอย่างเข้มข้นในเขตอเมริกากลางและแคริบเบียน รวมทั้งโลกมุสลิมโดยรวม ท่านทำหน้าที่เป็นอีหม่าม ครู และที่ปรึกษาในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และหมู่เกาะอินเดียตะวันตก ท่านยังเป็นอาจารย์บรรยายใน York University (University of Toronto) และ McGill University ดร. อับดุลลอฮฺ ฮากิม ควิก เป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในภาคภาษาอังกฤษ เขามีงานเขียนทั้งบทความในหน้าหนังสือพิมพ์แนวหน้าของแคนาดา และหนังสืออีกหลายเล่ม ดู บทความอื่น ๆ ในหมวด "ผู้หญิงเขียน-แปล"
|
| ถัดไป > |
|---|
| Home |
| บทความ |
| กิจกรรม |
| มุสลิมะฮฺทูเดย์ |
| Muslimah Meeting |
| Mulsimah Training |