• Narrow screen resolution
  • Wide screen resolution
  • Increase font size
  • Decrease font size
  • Default font size
  • default color
  • red color


Muslimah Today ::: مسلمة اليوم
อัสลามุอะลัยกุม วะเราะมะตุลลอฮิ วะ บะเราะกาตุฮฺ        

           ทีมงานมุสลิมะฮฺทูเดย์ ได้้รวมตัวกันอีกครั้ง หลังจากที่ได้กระจัดกระจายกันไปมีครอบครัว แม้ว่าจะมีกำลังที่ค่อนข้างน้อยและจำกัด แต่ก็มุ่งมั่นที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไป
           ตามที่ได้มีการบันทึกความเข้าใจ ร่วมกันของมุสลิมะฮฺทูเดย์ ก็ยังยืนยันแนวคิดเดิมที่จะทำงานเพื่อสร้างดาอียะฮฺ(คนทำงานมุสลิมะฮฺ) และ ช่วยเหลือในการสร้างครอบครัวมุสลิมที่ดีขึ้นมา ตามกำลังอันน้อยนิดที่เรามีอยู่อย่างสุดความสามารถ อินชาอัลลอฮฺ

  •  
  •  
  •  
  •  
Home arrow บ้านตักวา arrow สามีไม่ละหมาดฟัรฎู 5 เวลา
สามีไม่ละหมาดฟัรฎู 5 เวลา PDF พิมพ์ อีเมล์

สามีไม่ละหมาดฟัรฎู 5 เวลา

นางจึงไม่ร่วมหลับนอนกับเขา

http://www.youthnoise.com/site/images/fitc/islam.gif

ตอบคำถามโดย เชค มุฮัมมัด ศอลิหฺ อัล-มุนัจญิด

ถอดความโดย  หัฟเศ็าะฮฺ  อัล-มุสลิมาต

  http://www.bbc.co.uk/home/images/main_promo/religion/muslim_prayer_bl_l_1.jpg

              ถาม : สามีของฉันไม่ค่อยละหมาดฟัรฎู 5 เวลา  ฉันเคยกระตุ้นเตือนเขาแล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล  เขาไม่สนใจใยดีคำขอร้องจากฉันเลยฉันจึงระงับการร่วมหลับนอนกับเขา  เขาก็หาว่าฉันทำไม่ถูก  เขาบอกว่าเป็นการดูหมิ่นเขาเอาการละหมาดมาแลกกับการร่วมหลับนอนฉันท์สามี-ภริยา  ที่เขากล่าวเช่นนี้ถูกไหมค่ะ ?


  ตอบ
: อัล-หัมดุลิลลาฮฺ 

พึงทราบไว้เถิดว่า  คนที่ไม่ละหมาดฟัรฎู 5 เวลาและยังแข็งขืนที่จะไม่ยอมละหมาดอีก  บรรดาศ่อหาบะฮฺและนักวิชาการมุสลิมส่วนใหญ่ถือว่าเขาผู้นั้นเป็นกาฟิรฺ(ผู้ไม่ยอมรับอิสลาม) ไม่อนุญาตให้แต่งงานกับคนเช่นนี้และไม่อนุญาตให้รับประทานเนื้อที่เขาเชือด  ถ้าสามีไม่ยอมละหมาดเลยทุกเวลา   เขากำลังอยู่ในสภาพที่เสี่ยงเอามากๆและไม่อนุญาตให้ภริยาใช้ชีวิตอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเขา  เธอจำเป็นจะต้องตักเตือนหรือทำอย่างไรก็ได้ให้เขาระลึกถึงสถานภาพของคนที่ทิ้งละหมาด  การที่เธอไม่ยอมร่วมหลับนอนกับเขาด้วยเหตุดังกล่าวนั้น  เป็นการกระทำที่ถูกต้องชอบธรรมตามหลักการอิสลามแล้ว  จนกว่าเขาจะเริ่มละหมาด  เพราะคนที่ไม่ละหมาดถือว่าเป็นกาฟิรฺ  ดังที่มีปรากฎในศ่อหี๊ยฺหฺมุสลิม จากรายงานของท่านญาบิรฺ รฎิยัลลอฮุ อันฮุ ได้ยินท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อฺะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า :

http://www.dkimages.com/discover/previews/752/806794.JPGแท้จริง  สิ่งที่อยู่ระหว่างคนๆหนึ่งกับการชิรก์(การตั้งสิ่งใดมีฐานะเทียบเท่าอัลลอฮฺ)และกุฟรฺ(การปฏิเสธความเชื่อในอัลลอฮฺและไม่ยอมรับอิสลาม)นั้น  คือการที่เขาทิ้งการละหมาด

พันธสัญญาที่แบ่งแยกเราออกจากชิรก์และกุฟรฺก็คือการละหมาด  ดังนั้นผู้ใดละทิ้งการละหมาด เขาคือกาฟิรฺ

ท่านอับดุลลอฮฺ  อิบนิ  ชะกีก  ได้กล่าวว่า  : บรรดาศ่อหาบะฮฺของท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ  อฺะลัยฮิ วะสัลลัม ไม่เคยถือว่าการละทิ้งการงานใดเป็นกุฟรฺนอกจากการละหมาด

เธอจะต้องแนะนำตักเตือนสามีของเธอ  ให้เขาหยุดละทิ้งการละหมาด  ถ้าหากเขายังยืนกรานไม่ยอมละหมาด  ก็ไม่เป็นที่อนุญาตแก่เธอที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเขา  เนื่องจากเธอเป็นมุสลิมส่วนเขาถือว่าเป็นอย่างอื่นไปแล้ว

ขออัลลอฮฺได้ทรงช่วยเหลือมุสลิมให้ได้ทำในสิ่งที่พระองค์ได้บัญชาใช้  และเชื่อฟังปฏิบัติตามพระองค์  เธอจะต้องแนะนำ เคี่ยวเข็ญเขาให้ทำละหมาด  และขออัลลอฮฺได้ทรงโปรดประทานความดีงามและทางนำแก่เขาให้เขาได้กลับเนื้อกลับตัวเป็นบ่าวผู้ภักดีต่อพระองค์

และอัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่ง

 --------------------------------------

คำถามหมายเลข # 4501  จาก (www.islam-qa.com)

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >